หน้าแรก ดาวน์โหลด ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง ติดต่อเรา พื้นที่ดำเนินการ CHECKM@IL Language   
     
 
 
ใหม่ ...
CSR Study Trip
รางวัลมีชัย วีระไวทยะฯ
 
โครงการ ...
 การวางแผนครอบครัวและการสาธารณสุข
 การรณรงค์ป้องกันโรคเอดส์
 การสร้างรายได้ และขจัดความยากจน
 การพัฒนาแหล่งน้ำและสุขาภิบาลชุมชน
 การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
 การสร้างจิตสาธารณะ ห้องสมุดของเล่นประจำหมู่บ้าน
 การพัฒนาและการส่งเสริมการศึกษา
 ความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจเอกชน - โครงการร่วมพัฒนาหมู่บ้าน
 การบรรเทาสาธารณภัยชุมชน
 การฝึกอบรม การเผยแพร่ความรู้ประสบการณ์ และผลงานด้านวิชาการ
 การส่งเสริมการปกครองในระบอบประชาธิปไตย และสิทธิมนุษยชน

 

Best view with IE 7 or higher

แก้ไขล่าสุดเมื่อ : เม.ย. 2555

การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

      สมาคมฯ เห็นความสำคัญของการอนุรักษ์ป่าและสิ่งแวดล้อม ดำเนินการโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในพื้นที่ดำเนินงานที่มีศูนย์พัฒนาชนบทผสมผสานตั้งอยู่ โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ.2525 ในโครงการปลูกป่าชุมชน (Community Afforestation Project : CAP) โดยการให้ความรู้สร้างความเข้าใจในประโยชน์ของป่าและสิ่งแวดล้อมพร้อมทั้งชักชวนประชาชนร่วมกันปลูกต้นไม้ในพื้นที่สาธารณะของหมู่บ้าน ปรากฎว่าได้ผลตอบรับเป็นอย่างดีจากประชาชนในพื้นที่ ต่อมาในปี 2528 จึงพัฒนาโครงการปลูกป่าชุมชนให้มีรูปแบบการทำงานที่ครอบคลุมมากขึ้น โดยให้ชาวบ้านเป็นผู้ดูแลและบริหารโครงการปลูกป่าชุมชน โดยการปลูกซ่อมเสริมป่าเดิม กำหนดกฎ กติกาในการใช้ประโยชน์ตามโครงการ Community Forestry Management Project: CFMP และในปีถัดมา คือในปี 2529 สมาคมฯ ได้พัฒนาโครงการให้สอดคล้องกับความต้องการของชุมชนโดยเป็น Community Woodlots Project ซึ่งต่อมาได้มีภาคเอกชนได้ให้ความสนใจเข้ามาสนับสนุนโครงการ เช่น บริษัท Unilever ซึ่งได้ขอสนับสนุนโครงการปลูกป่าจำนวน 50 หมู่บ้าน ในปี 2530

      ในขณะที่ดำเนินงานโครงการปลูกป่าชุมชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพนั้นรัฐบาลได้จัดทำโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ ขึ้นในปี 2537 จำนวน 5 ล้านไร่ โดยขอความร่วมมือจากภาคเอกชนเข้าร่วมโครงการฯ การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย (ปตท.) สนับสนุนโครงการ จำนวน 1 ล้านไร่ โดยมอบหมายให้สมาคมฯ ดำเนินโครงการ ซึ่งสมาคมฯ ได้เสนอแนวทางโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ ว่าจะต้องพัฒนาคุณภาพชีวิตคนรอบๆ แปลงปลูกป่าไปด้วย ซึ่งได้รับการตอบรับจาก ปตท. และชาวบ้านในพื้นที่ปลูกป่าเป็นอย่างดี นอกจากนี้กลุ่มบริษัทสหยูเนี่ยน และบริษัทบางจากปิโตรเลียม ได้มอบหมายให้สมาคมฯ ดำเนินการแทนบริษัทในพื้นที่ปลูกป่าจำนวน 3,000 ไร่ ในจังหวัดชลบุรี และอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

       ต่อมาในปี 2538 การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย (ปตท.) ได้ขอให้สมาคมฯ ดำเนินการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนรอบแปลงปลูกป่า ตามแนวคิดที่ว่า ป่าอยู่รอด คนอยู่ได้ ใน 200 หมู่บ้าน กระจายไปทั่วประเทศ ปัจจุบันเงินกองทุนสนับสนุนอาชีพตามหมู่บ้านเหล่านี้ยังดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง และเติบโตเข้มแข็งมาเป็นลำดับ โดยใช้หลักการวางแผนแบบมีส่วนร่วมตามกระบวนการ AIC (Appreciation Influence Control)

      สำหรับในพื้นที่ชุ่มน้ำ (ป่าพรุ) ในจังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดพัทลุง อันเป็นต้นน้ำของทะเลน้อย และทะเลสาบสงขลา สมาคมฯ ได้ดำเนินการโดยจัดส่งเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการไปประจำอยู่ในพื้นที่ โดยได้รับการสนับสนุนจากบริษัท UNOCAL หรือปัจจุบันคือ CHEVRON เพื่อการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ของป่าพรุอย่างถูกต้อง

      การปลูกป่าในพื้นที่สาธารณะว่างเปล่าที่สมาคมฯ ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2525 โดยมีชาวบ้านรวมกลุ่มกันเป็นคณะกรรมการปลูกป่าชุมชน ดูแลรักษาและจัดสรรผลประโยชน์ และได้ส่งเสริมให้มีการปลูกป่าไปแล้ว 564 หมู่บ้าน บนพื้นที่ 25,161ไร่ ต้นไม้ที่ปลูกจำนวน 3,994,476 ต้น ได้แก่ กระถินยักษ์ คูน ไผ่ ขี้เหล็ก สะเดา ตะเคียนทอง ประดู่ มะค่าโมง และไม้โตเร็วต่างๆ ตามความเหมาะสมของพื้นที่แต่ละแห่งและปรับปรุงให้มีเรือนเพาะชำในหมู่บ้าน โดยมีพื้นที่ดำเนินการหลักอยู่ในจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ จังหวัดขอนแก่น มหาสารคาม นครราชสีมา บุรีรัมย์ ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ และสุรินทร์ นอกจากนั้น สมาคมฯ ได้สนับสนุนให้จัดตั้งองค์กรท้องถิ่นเพื่อการอนุรักษ์ขึ้น เช่น ชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติในหมู่บ้านรอบอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ โครงการพัฒนาเขาค้อ มีการฝึกอบรมให้แก่เกษตรกรด้านการอนุรักษ์ดินและน้ำที่ อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ โครงการพัฒนาชนบทผสมผสานเพื่อการอนุรักษ์ผาแต้มที่ อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี ส่งเสริมการปลูกพืช ผักปลอดสารพิษ การผลิตเอกสารสิ่งพิมพ์เพื่อส่งเสริมและอนุรักษ์สัตว์ป่าจัดรายการวิทยุเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรวมทั้งได้จัดทำโครงการพัฒนาสิ่งแวดล้อมโดยชุมชนด้วยการใช้วิธีจัดอบรมและทัศนศึกษาเพื่อจุดประกายความคิดด้านการพัฒนาสิ่งแวดล้อมให้กับผู้แทนหมู่บ้าน ครู และนักเรียนในโรงเรียน และส่งเสริมให้ประชาชนในหมู่บ้านและโรงเรียนจัดทำโครงการพัฒนาสิ่งแวดล้อมชุมชน และโครงการสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนด้วยตนเอง โดยมีโครงการพัฒนาสิ่งแวดล้อมระดับชุมชนที่ชาวบ้านจัดทำขึ้นและดำเนินการโดยคณะกรรมการหมู่บ้านในเขตพื้นที่ จังหวัดเชียงราย พิษณุโลก ขอนแก่น มหาสารคาม บุรีรัมย์ และสุรินทร์ จำนวน 252 โครงการ และโรงเรียน พร้อมทั้งคณะครูและนักเรียนรวม 1,200 โรงเรียน และมีการผลิตคู่มือครูโครงการสิ่งแวดล้อมชุมชน เพื่อเป็นเครื่องมือในการจัดอบรมสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้โครงการสิ่งแวดล้อมชุมชน ยังได้ส่งเสริมให้เกิดชมรมสิ่งแวดล้อมและสมาคมพิทักษ์สิ่งแวดล้อมในโรงเรียนและชุมชนด้วย

     ประโยชน์จากการดำเนินงานปลูกป่าของสมาคมฯ  ทำให้เพิ่มพื้นที่สีเขียวในหมู่บ้าน ฟื้นฟูระบบนิเวศของชุมชน สร้างจิตสำนึกให้ชาวบ้านรักการปลูกต้นไม้    มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และจัดการทรัพยากรป่าไม้   นอกจากนี้การดำเนินการปลูกป่าของสมาคมฯ  ที่บ้านซับใต้  ต.ดงพญาเย็น  อ.ปากช่อง   จ.นครราชสีมา เป็นแบบอย่างในการปลูกป่าแก่หน่วยงานต่างๆ   ทั้งในและต่างประเทศ จนได้รับรางวัล GLOBAL 500 จาก UNITED NATION ENVIRONMENT PROGRAME (UNEP) ด้านอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ    และจดทะเบียนเป็นองค์กรด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ   จากกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม